หน้าใสแบบธรรมชาติด้วยสาหร่ายทะเล
March 20, 2010 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
สาหร่ายทะเลเป็นพืชน้ำที่เราสามารถนำมาทำเป็นอาหาร แถมยังเป็นของว่างเอามากินเล่นแก้เซ็งได้อีกด้วย วันนี้เราจะมาชวนเพื่อนๆทำครีมสูตรหน้าใสแบบธรรมชาติจากสาหร่ายทะเลกันค่ะ หน้าใสแบบธรรมชาติด้วยสาหร่ายทะเลทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เอาสาหร่ายทะเลมาแช่น้ำไว้ให้นุ่ม ประมาณแผ่นเท่าฝ่ามือ จากนั้นใส่ลงไปในเครื่องปั่นไฟฟ้า กดปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันให้ละเอียด เติมน้ำผึ้งลงไปสักหนึ่งช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันเข้าไปอีกครั้ง ใส่นมสดลงไปอีกสองช้อนโต๊ะ ปั่นรวมกันเข้าไปอีกอย่างหนึ่ง เพียงเท่านี้เราก็จะได้ครีมสูตรหน้าใสแบบธรรมชาติแล้วล่ะค่ะ จัดการนำครีมที่ได้มาใส่ถ้วยทิ้งไว้ จากนั้นล้างหน้าของเราให้สะอาด ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง จัดการเอามาทาพอกผิวหน้าให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้สักยี่สิบนาที ต่อจากนั้นให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งค่ะ ทำสัปดาห์ละสี่ครั้งก่อนเข้านอน เพียงแค่นี้เราก็จะได้หน้าใสแบบธรรมชาติที่ทำเองได้ง่ายๆแล้วล่ะค่ะ
ทริคเด็ดๆเลือกครีมให้หน้าใสแบบสาวเกาหลี
March 8, 2010 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
สาวๆอย่างเราเวลาจะเลือกครีมหน้าใสที่ถูกใจแต่ละทีลำบากยิ่งกว่างมในมหาสมุทรเสียอีก วันนี้เรามีเทคนิคในการเลือกครีมเด็ดๆให้หน้าใสกิ๊งแบบสาวเกาหลีกันคะ ^^
การเลือกครีมสำหรับสาวๆอย่างเราสิ่งที่สำคัญที่สุดคือส่วนผสมค่ะ เราควรใส่ใจกับส่วนผสมในครีมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะส่วนผสมเดี๋ยวนี้มีมากมายหลายอย่างเหลือเกิน โฆษณาครีมต่างๆก็ประโคมกันเข้าไป ครีมหน้าใสทำให้ผิวสวยแบบสาวเกาหลีบ้างล่ะ ขาวดุจหิมะบ้าง แต่ส่วนผสมที่ทางการแพทย์ยืนยันมาแล้วมีเด็ดๆ ดังนี้ค่ะ
อย่างแรกกรดผลไม้AHA ค่ะ เจ้ากรดตัวนี้ช่วยให้เซลล์ผิวชั้นบนหลุดลอก ให้หน้าเราขาวใสอยู่เสมอทั้งยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในผิวให้เต่งตึงแลดูอ่อนกว่าวัย แต่ไม่ควรใช้ขณะที่มีปัญหาผิวแห้งหรืออักเสบ ผิวมันควรใช้ในรูปเจลหรือโลชั่น ผิวแห้งให้ใช้ในรูปของครีม โดยเริ่มจากความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อนปรับไปใช้ในความเข้มข้นที่สูงขึ้นนะคะ
อย่างที่สองวิตามินเอหรือเรตินอล ช่วยผิวภายนอกจึงดูเรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยลดลง ทำให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นบนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้จากภายใน เวลาเลือกครีมหน้าใสควรมองหาเจ้าตัวนี้อย่างแรก แต่ต้องระวังนะคะเพราะวิตามินทำให้แสบแดงและไวแดดได้ และไม่ควรทาตอนกลางวันค่ะ
และตัวสุดท้ายโคเอนไซม์ Q10 เป็นอาวุธป้องกันและต่อสู้กับริ้วรอยของสาวๆอย่างเราค่ะ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิว ตัวนี้มีความปลอดภัยสูง ค่ะ
รู้เทคนิคดีๆอย่างนี้แล้วก็รีบมองหาครีมหน้าใสที่มีส่วนผสมเหล่านี้อย่างเร่งด่วน เพื่อเราจะได้เป็นสาวหน้าใสสไตล์เกาหลีกันค่ะ ^_^…
เราควรใช้ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี ?
February 20, 2010 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
หน้าอ่อนกว่าวัย ด้วยเทคนิคการนวดหน้า

ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี
ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี
ใครว่าการนวดหน้าไม่สำคัญ จริงๆแล้วผิวคนเราต้องการการดูแลเหมือนกันนะคะ เพราะในปัจจุบันผิวโดนปัจจัยหลายๆอย่างทำร้ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แสงแดด มลภาวะ หรืออื่นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ผิวเกิดการเหี่ยวย่น และแก่กว่าวัยอันควรนะคะ เราจึงมีวิธีการนวดหน้าง่ายๆที่คุณเองก็สามารถทำเองที่บ้านได้มาฝากกันคะ
เรานวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งการนวดนั้นมี 2 แบบด้วยกันนะคะ คือ
1. การานวดเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื่นให้แก่ผิวของคุณ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาที เท่านั้นคะ
2. การนวดเพื่อนลดการหย่อนยานของกล้ามเนื้อ การนวดแบบนี้ควรทำ2-3ครั้งต่อสัปดาห์นะคะ ซึ่งวิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีคะ
ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี ?
เทคนิคการนวดหน้าแบบเคล เดอ โป โบเต
1. นวดวนเป็นวงกลมจากกึ่งกลางหน้าผากออกไปด้านข้างแล้วกดค้างเบาๆตรงขมับ
2. ลูบยาวๆลงมาบริเวณแนวสันจมูกทั้งสองข้าง และนวดรอบๆฐานปลายจมูก
3. ส่วนแก้ม ให้นวดวนเป็นขดลวดออกไปตามแนวลูกศร โดยเราจะแบ่งการนวดเป็น 3 ช่วงนะคะ คือ บริเวณคางเป็นส่วนแรก ต่อไปก็มุมจมูก และไปสิ้นสุดที่ข้างปีกจมูกคะ
4. บริเวณริมฝีปาก ให้นวดจากกึ่งกลางริมฝรปากล่างออกไปทางมุมปากนะคะ และดันแนวขอบปากล่างขึ้นเบาๆคลายนิ้วไปทางด้านหน้าคะ
5. สุดท้ายคือ ส่วนดวงตา ให้กดเบาๆบริเวณหัวหา ใต้หัวคิ้วทั้ง 2 ข้าง และนวดวนรอบดวงตา พร้อมกับไปสิ้นสุดด้วยการกดขมับทั้ง2ข้างคะ
ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี
Tips:
1. การนวดหน้า ควรนวดอย่างเบามือ พร้อมกับทำจิตใจให้สงบ ผ่อนคลาย
2. ควรนวดหน้าท่าละ 3 ครั้งนะคะ
3. ในการนวดหน้าทั้งก่อนและหลัง เราควรลงครีมบำรุงผิวเพื่อการกะชับและลดริ้วรอยที่ดีขึ้นคะ
4. ควรนวดหน้า ประมาณ 2-3ครั้ง ต่อสัปดาห์นะคะ จะช่วยทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และอ่อนกว่าวัยแน่นอนค่ะ ส่วนการนวดแบบแรกนั้น ควรใช้ควบคู่กับครีมนวดหรือเอสเซนสำหรับนวดชนิดซึมซาบสู่ผิวเร็วเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนวดที่ดีขึ้นคะ
ส่วนคนไหนอยากนวดเพื่อแก้ไขปัญหาผิวเป็นจุดๆไป เราก็มีวิธีการนวดหน้าเฉพาะเจาะจงมาให้เหมือนกันคะ
ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี
- การนวดหน้า สำหรับผิวหมองคล้ำนะคะ
วิธีคือ ใช้นิ้วมือทั้ง 4 อุ้มผิวไว้แล้ววนเป็นวง พร้อมกับใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆเป็นจังหวะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตคะ
- การนวดหน้า สำหรับผิวหย่อนยาน มีริ้วรอย
เริ่มจากการใช้นิ้งมือทั้ง 4 ในแนวตั้งบริเวณมุมปาก เลื่อนมือขึ้นมาอยู่เหนือใบหูเล็กน้อย และวางนิ้วมือทั้ง 4บริเวณกึ่งกลางหน้าผาก ลูบผิวขึ้นจากกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วถึงไรผมคะ
- การนวดหน้า สำหรับผิวหยาบกร้าน รูขุมขนใหญ่
ใช้อุ้มนิวกลาง และนิ้วนาง ลูบเป็นวงแล้วกดเบาๆตามลำดับ คือ บริเวณคาง, บริเวณปีกจมูก, และบริเวณกึ่งกลางหน้าผากคะ
ครีมนวดหน้ายี่ห้อไหนดี
ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการนวดหน้าง่ายๆที่คุณเองก็สามารถทำได้เองที่บ้าน 2ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงครั้งละ 1 นาทีเท่านั้น เพื่อคืนสู่ความอ่อนวัย สวยใสอยูาเสมอคะ
การเืลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิว
February 20, 2010 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส

ผลิตภัณฑ์รักษาสิว
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์รักษาสิว มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ดังๆ จากเกาหลี หรือยุโรป หรือแม้แต่จากคลีนิคเสริมความงามหลายแห่งของไทย ก็ล้วนแต่มี ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองทั้งนั้น การเืลือกใช้ ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ควรเลือกให้เหมาะสมกับผิวของตัวเอง มีหลายๆคนใช้บริการคลีนิค แล้วนำ ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ของที่นั้นๆมาใช้ แล้วเกิดอาการแพ้ หรือไม่หายขาด ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่เพราะตัวผลิตภัณฑ์ไม่ดี แต่เป็นเพราะผิวเราแพ้ ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ตัวนั้นๆเอง เพราะฉะนั้นการเลือก ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ที่ดีนั้น เราควรซื้อหรือรับขนาดทดลองมาใช้ก่อน หากไม่ได้ผลหรือผิวหน้าแย่ลง ควรหยุดใช้และเปลี่ยนเจ้าทันที ถึงแม้ว่า คลีนิคนั้นๆจะบริการดีก็ตาม ซึ่งถ้าเราใช้ยาของเจ้านั้นๆไม่ได้แล้ว การใช้บริการต่อไปก็ยากที่จะหายขาดได้้ (มีต่อ..ตอนหน้า)
จำเป็นมั้ยที่ต้องใช้ eye cream กับผิวรอบดวงตา?
October 8, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส

จำเป็นมั้ยที่ต้องใช้ eye cream กับผิวรอบดวงตา?
ผิวรอบดวงตา เป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกาย แต่ใช่ว่าจะต้องใช้ eye cream เพื่อบำรุงผิวรอบดวงตาเสมอไปนะจ๊ะ
คนส่วนใหญ่เสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อ eye cream แพงๆมาบำรุงผิวรอบดวงตา โดยไม่ทราบว่าครีมที่คุณใช้ทาผิวหน้าก็สามารถนำมาใช้บำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาแทน eye cream ได้เช่นกัน เพียงแค่ครีมต้องมีส่วนผสมของน้ำอยู่ในปริมาณที่สูงและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้นะจ๊ะ
สำหรับคนผิวแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการทาครีมบริเวณผิวรอบดวงตานะค่ะ เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ค่ะ
Tips:
- ก่อนที่จะใช้ครีมทาผิวแทน eye cream ควรตรวจสอบให้ดีก่อนนะจ๊ะว่าครีมทาผิวมีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่หรือไม่ เพราะนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวรอบดวงตาเกิดอาการระคายเคืองค่ะ แต่สารกันแดดอย่างซิงค์ออกไซด์และไทเทเนียมไดออกไซด์ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมากนัก
- การใช้อายครีม ควรทา eye cream อย่างนุ่มนวลที่สุด และใช้นิ้วนางลูบไล้เบาๆจากหัวตาไปหางตาจ๊ะ เพราะผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นผิวที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย
8 วิธีทำหน้าใส ได้อย่างใจคิด
September 29, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส

เคล็ดลับหน้าใส
เคล็ดลับหน้าใส ใครๆก็ต้องการทรายกันทั้งนั้น จริงมั้ยคะ? วันนี้โบว์มี 8 เคล็ดลับวิธีทำหน้าใสได้อย่างใจคิดมาฝากกันค่ะ
ข้อแรกนะคะ ถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งหน้า เราก็ควรที่จะรู้จักวิธีเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าของเราอย่างถูกวิธี เพื่อผิวหน้าของเราจะได้สะอาด หน้าใสไร้สิวนะจ๊ะ
2. ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี เพื่อผิวสวยหน้าใส โดยเลือกสบู่ล้างหน้าให้เหมาะกับผิวของตนเองนะคะ อย่างเช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็ควรเลือกใช้สบู่แบบออยล์คอนโทรล เป็นต้นค่ะ และไม่ควรหน้าล้างเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นได้นะคะ
3. ก่อนล้างหน้าควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน หลังจากนั้นใช้สบู่ล้างหน้าและล้างฟองออกด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนค่ะ ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูเบาๆและใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดหน้าอีกครั้งค่ะ เพื่อกระชับรูขุมขน
4. หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า เพื่อป้องกันริ้วรอยและรอยหมองคล้ำต่างๆก่อนวัยอันควรจ๊ะ
5. หาเวลาว่าง พอกหน้าและขัดหน้าสัปดาห์ละ1ครั้งนะค่ะ เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าที่ลึกซึ้งมากกว่าการล้างหน้าตามปกติ บำรุงผิวไปในตัว และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ เพื่อผิวพรรณที่สวย หน้าใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีคะ
6. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและดื่มน้ำสะอาด ให้มากๆค่ะ อย่างเช่น ผักสดและผลไม้สดค่ะ ดีต่อผิวของเรานะจ๊ะ
7. ออกกำลังเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟินเพื่อช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และหน้าใสมีเลือดฝาดค่ะ
8. ยิ้มร่าเริงแจ่มใส ทำใจให้สดชื่น เพราะจิตใจมีผลควบคู่ไปกับร่างกาย ผิวพรรณและสุขภาพที่ดีนะคะ
Tips:
- สำหรับคนผิวมัน ถ้ารู้สึกว่าหน้ามันระหว่างวัน ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้าบ่อยๆนะคะ เพื่อลดการผลิตน้ำมันออกมาเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของหน้ามันและสิวคะ
- หน้าใสได้ โดยการงดอาหารจำพวกของมันๆจ๊ะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
- งดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่นะจ๊ะ เพราะจะทำให้ผิวพรรณและหน้าใสๆของเรานั้นขาดความสดใส และเกิดริ้วรอยหมองคล้ำค่ะ
- อย่านอนดึก และพักผ่อนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เพื่อผิวสวยหน้าใส
ถ้าปฏิบัติตาม 8 เคล็ดลับหน้าใสได้แล้ว อย่าลืมยิ้มมากๆด้วยนะคะ เพราะรอยยิ้มทำให้เรามีเสน่ห์ ถ้าสาวๆหรือหนุ่มๆยิ้มวันละนิด ก็จะทำให้หน้าใสๆของเราชวนมองมากขึ้นจ๊ะ
6 เทคนิคการดูแลผิวหน้าด้วยผลไม้
September 24, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้ โบว์ มี 6 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก
1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น
2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล
ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
- สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย
3. สูตรกระชับรูขุมขน
ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว
วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
- สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)
ส่วนผสม: โยเกิร์ต ½ ถ้วย
น้ำมันดอกทานตะวัน
มะนาวสด1½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
- สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย
5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย
ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
- สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง
6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น
- เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม
Tips:
- ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
- ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง
- ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
- เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ
11 เคล็ดลับหน้าใส
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
ยุคนี้สมัยนี้เทรนด์หน้าใสกำลังมาแรงไม่ว่าจะคนหนุ่มสาวหรืออายุจะล่วงเลยวัยกระเตาะมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ใครบ้างล่ะอยากแก่แถมใบหน้ามีแต่ริ้วรอยเหยี่ยวย่น หากไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัยและคงความหน้าใสให้ยาวนานที่สุดวันนี้เรามี 11 เคล็ดลับวิชาหน้าใสมาฝากกันดังนี้
1. อย่าถ่างตานอนดึกให้มากนัก ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ดูหนัง ดูละคร หรือทำงานอย่างไม่หยุดพัก ถึงใจยังสู้แต่สังขารอาจไม่ไหว นอนแต่หัวค่ำดีกว่า
2. ดื่มน้ำมากๆให้ได้วันละ 6 8 แก้ว หรือหากคุณดื่มมากกว่านั้นได้ก็จะเป็นการดี และยิ่งถ้าเป็นน้ำเปล่าก็ยิ่งจะดีใหญ่ หากคุณชอบดื่มน้ำอัดลมก็ดื่มได้เป็นครั้งคราว เพราะถ้าดื่มมากๆ จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและกัดกระเพาะจนคุณปวดท้องได้
3. ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและบริหารหน้าด้วยการนวด หรือง่ายๆแค่พูดว่า อา อี เอ โอ อู ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้า หน้าจะได้ไม่เเหยี่ยวย่น
4. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดน้ำชา กาแฟ งดสูบบุหรี่ เพราะมันจะทำให้คุณแก่เกินอายุค่ะ ถ้าใครเถียงหละก็… ขอท้าให้คุณสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟจัดๆ ลองเดินคู่กับเพื่อนที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ แล้วถามคนอื่นๆดูว่าคุณกับเพื่อนใครแก่กว่ากัน
5. อย่าตากแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงแดดที่แรงจัด มิเช่นนั้นหน้าของคุณจะแก่ไม่รู้ตัว หากต้องเผชิญกับแสงแดดอย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน
6. ใช้โลชั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเสี่ยง หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้แก่ เช่น อยู่แต่ในห้องแอร์ ที่เปิดเบอร์เดียวหนาวจัดตลอดปีตลอดชาติ หากแอร์ของคุณปรับได้ กรุณาปรับอุณหภูมิบ้างเถอะค่ะ
7. ทำความสะอาดร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ แล้วยิ่งหากคุณเป็นสิวด้วยแล้วคุณควรใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะสำหรับการรักษาสิวเท่านั้น โฟมที่มีส่วนผสมของ AHA จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณลื่นขึ้น ที่สำคัญห้ามแกะสิวอย่างเด็ดขาด คนที่เป็นสิวเสี้ยนหากยิ่งแกะ ผิวของคุณหลังแกะก็จะคล้ายกับโลกดวงจันทร์ ส่วนบรรดาสิวมีหนองทั้งหลาย หากยิ่งแกะก็จะยิ่งเกิดการอักเสบ สิว เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าของคุณดูเครียดและแก่ได้โดยเฉพาะบรรดาผิวโลกดวงจันทร์ทั้งหลาย
8. หากคุณเป็นคนผิวแห้ง ควรใช้มอยซเจอร์ไรส์ก่อนนอนทุกครั้ง และถ้ามีส่วนใดที่แห้งเป็นพิเศษ ควรใช้โลชั่นที่มี AHA ทาให้ทั่วบริเวณ แต่ถ้าคุณเป็นคนหน้ามัน ควรใช้มอยซเจอร์ไรส์ชนิดเจลจะเหมาะกว่าชนิดครีม
9. อย่าใช้มือสัมผัส จับ ลูบ ถูใบหน้าในช่วงระหว่างวัน จำไว้ว่างทุกครั้งเมื่อไปถึงที่ทำงานหรือทันทีที่กลับถึงบ้านต้องล้างมือก่อนเสมอ เพราะมือของเราจับต้องสิ่งสกปรกเชื้อโรค ฝุ่นละอองต่างๆมาตลอดทั้งวัน และการที่คุณจะเผลอเอามือไปจับหน้าจับตาอาจทำให้สิวขึ้นได้
10. ล้างเครื่องสำอางออกอย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย ให้คุณล้างมาสคารา หรืออายแชโดว์ ด้วยเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน ทั้งนี้เพื่อมิให้น้ำมันที่ว่าแทรกซึมไปตามผิวหนังส่วนอื่นๆ เพราะอาจจะไปกระตุ้นหรือระคายเคืองผิวให้เกิดสิวขึ้นบนใบหน้าได้
11. หากมีปัญหาเรื่องผิวบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตามแต่ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ดีกว่าไปนั่งปรึกษาตามเคาน์เตอร์เสริมความงามอย่างแน่นอน
ที่มา : http://www.healthcorners.com/2007/webboard/view.php?board_name=lady&q_id=5954
การตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาสิว
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
หมอเจอคนไข้ที่เป็นสิวที่มีอายุระหว่าง 30-40 ปี แทบทุกคนจะเคยรักษาสิวมานานนับ 10 ปีแล้ว ก็ยังไม่หายถามว่าสาเหตุเกิดจากอะไร คำตอบมีดังนี้
1. การรักษาสิวที่ผ่านมาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การทำให้สิวหาย โดยการเจาะสิว กดสิว ฉีดสิว ทำให้โพรงขนเกิดความเสียหาย จากท่อตรงๆที่น้ำมันขับถ่ายได้ดี กลายเป็นท่อที่คดเคี้ยวเกิดการอุดตันได้ง่าย
2. การใช้ยาสเตียรอยด์ที่มากเกินไป เนื่องจากการรักษาสิวที่ต้องใช้สารลอกผิวหน้าเช่น AHA, BP, Vitamin A, การทำ Dermabrasion สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ผิวอ่อนแอลงเมื่อถึงจุดๆนึงก็จะเกิดอาการแพ้เป็นผด จึงต้องให้ยาสเตียรอยด์ยิ่งทาก็ยิ่งติดทำให้เลิกยาไม่ได้
3. ความเบื่อหน่ายในการรักษา เพราะไปรักษาก็ถูกรักษาแบบเดิมๆ แม้เปลี่ยนแพทย์แล้วก็ตามทำให้หมดศรัทธาในการรักษา
เราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร??
1. เลิกวิธีการรักษาแบบเดิมเพราะพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล
2. เลิกการใช้สเตียรอยด์
3. หันมารักษาสิวโดยการอนุรักษ์โพรงขนให้อยู่ในสภาพเดิม
หมอได้ทำการรักษาสิวด้วยวิธีอนุรักษ์โพรงขนไม่ใช้สเตียรอยด์โดยนำเทคโนโลยี แสงเลเซอร์VBeam SmoothBeam มาร่วมในการรักษาสิว พบว่าได้ผลดีมากและสามารถลดการใช้ยา ไม่ต้องกดเจาะสิว ไม่ต้องฉีดสิวอีกเลย ซ้ำยังทำให้รอยแดงจากสิว รอยหลุมสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นไปในแนวทางเดียวกับแพทย์ผิวหนังทั่วโลกที่หันมาใช้แสงเลเซอร์ใน การรักษาสิวซึ่งใน3ปีที่ผ่านมาได้มีผลงานวิจัยถึงข้อดีในการรักษาสิวด้วยแสง มากมายหลายฉบับ ดังนั้นหากไม่อยากให้หน้าบาง ผิวอ่อนแอ เป็นสิวเรื้อรัง เลเซอร์ Vbeam และ SmoothBeam เป็นทางเลือกที่เหมาะสมครับ
นพ.วิสิฏฐ ศรีสนิท
พบ.รามาธิบดี
Diploma in Dermatology
ที่มา : http://www.svjclinic.com/content.php?cate=article&iden=56
การป้องกันและการรักษา สิวอุดตัน
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
สิวอุดตัน (Non-inflammatory ance หรือ Comedone ) เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ แต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว(โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก
สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน
1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุ ฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน( Sebum) สูงมากกว่าปกติ แล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ปัญหาผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin) มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง( follicular lumen) แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง( Acne cosmetica) มักเกิดจากการใช้เครื่องสำอางบางชนิด แล้วเกิดอาการแพ้
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
6. ความเครียด
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน
ประเภทของสิวอุดตัน(สิวไม่อักเสบ) แบ่งเป็น
1. สิวหัวขาว หรือสิวหัวปิด
2. สิวหัวดำ หรือสิวหัวเปิด
3.สิวสเตียรอยด์
ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอุดตัน มักเกิดจากการพยายามแกะ แคะ บีบเพื่อให้สิวอุดตันหลุด และขาดความชำนาญในการกดสิว มักพบได้บ่อยคือ
1. รอยดำจากสิว
2. รอยหลุมจากสิว หรือ Icepick-scar
3. สิวอุดตันเกิดมากขึ้น เนื่องจากการกดหรือบีบ แล้วทำให้ท่อไขมันบริเวณข้างเคียงเกิดอุดตัน จากการบาดเจ็บ( trauma)
แนวทางการปฏิบัติสำหรับการป้องกันการเกิดสิวอุดตัน มีหลักการคือ พยายามอย่าให้ผิวมัน และการกระทบกระเทือนต่อท่อหรือต่อมไขมัน ดังนี้
1.ผลิตภํณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวมัน และมีตัวยาป้องกันการเกิดสิว
2. เครื่องสำอาง ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม สารดีเทอร์เจ้นท์
3. หลีกเลี่ยงการเช็ดหน้า หรือ นวดหน้าแรงๆ
4. หน้ามันมาก อาจต้องใช้โลชั่นเช็ดหน้า หรือใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดหน้ามัน
5. เลือกครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 เพื่อป้องกันความมันของเนื้อครีม
6. ครีมบำรุง เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของ น้ำมัน และไม่ควรมัน ไม่มีฮอร์โมนผสมในครีมบำรุง
7. ครีมแก้แพ้ หรือ สบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวแพ้ง่าย( Sensitive skin)
8. งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอสครีม
9. พักผ่อนให้เพียงพอ
10. ไม่เครียด
11. ห้ามกด หรือ บีบสิวเอง กรณีที่เกิดสิว
การรักษาสิวอุดตัน
1. ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่เหมาะสมและใช้กันแพร่หลาย มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1 % อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูง ยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า และทำให้ผิวหน้าแห้งเป็นขุย ถ้าความเข้มข้นสูง แต่การละลายเคืองอาจน้อยลง ถ้าล้างหน้าก่อนทายา 10-15 นาที
2. ยารับประทานกลุ่ม retinoids เช่น Roaccutane,Isotretionoin ช่วยลดปัญหาผิวมัน และละลายสิวอุดตันได้ดี ทั้งที่ใบหน้าและสิวตามลำตัว
3. ยาลอกขุย (Keratolytic agents) และยาทำให้ผิวแห้ง เช่น Salicylic acid ,Resorcinol,Sulphur,Aluminium oxide มักช่วยลอกขุย และทำให้สิวแห้งและหลุดออก มักใช้เป็นส่วนผสมของแป้งน้ำทาสิว( acne lotions)
4. การกดสิวอุดตัน มักจะทำได้เฉพาะกลุ่มสิวอุดตันหัวเปิด (สิวหัวดำ) เพราะจะหลุดออกได้ง่าย และควรทำโดยผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นภายหลัง
5. การทำ Peeling ด้วย 30-50% TCA,PHA จะช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง ผนังสิวบางลง ทำให้สิวอุดตันฝ่อตัว และหลุดออกได้ง่าย
6. การทำ Iontophresis มักใช้ร่วมกับยากลุ่ม Tretionoin เพื่อช่วยผลักยาให้ซึมลงลึกไปละลายสิวอุดตันได้ดีกว่า การทายาปกติ
7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion) พบว่าทำให้หัวสิวอุดตันหลุดออกได้ง่าย ทำให้หัวสิวเปิดออกเพื่อกดออกภายหลังได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้าแห้งลง และสีผิวขาวขึ้น เรียบเนียนขึ้นได้ด้วย





