ผิวขาวกระจ่างใส…ท้าแดด
September 30, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
ผิวคุณ…ผิวขาวกระจ่างใสรึป่าวจ๊ะ? หลายๆคนมักไม่อยากที่จะออกแดดไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือกิจกรรมอื่นๆ เพราะกลัวผิวขาวกระจ่างใสของเรานั้นคล้ำเสีย นั่นอาจจะทำให้เราอาจพลาดโอกาสในการทำสิ่งใหม่ๆ หรือกิจกรรมที่สนุกสนานไปนะจ๊ะ จริงอยู่ค่ะที่ว่า แสงแดดจะทำให้ผิวขาวๆของเรานั้นเกิดการคล้ำเสีย เนื่องจากผิวของเรานั้นสัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง ทำให้เกิดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวแห้งและหยาบกร้าน ใครที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใสอยู่เสมอ โดยอยากที่ไม่พลาดโอกาสที่จะทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือ เดินเล่นชอปปิ้ง โบว์มีเคล็ดลับทำให้ผิวที่คล้ำเสียกลับมาเป็นผิวขาวสวยเปล่งปลั่งมาแนะนำคะ
- อาหารช่วยผิวสวย อย่างที่รู้ๆกันนะคะว่าผิวสวยนั้นต้องมาจากอาหารที่มีคุณค่า อย่างเช่น นม เนย ผักและผลไม้สดต่างๆ ถั่วเหลือง เป็นต้น อาหารจำพวกนี้จะช่วยต้านความเสื่อมของผิว และซ่อมแซมผิวหนังที่เสียไปของเราให้กลับมาสดใสอีกครั้งคะ
- การขัดผิว ขอแนะนำว่าควรขัดผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายหรือเสื่อมสภาพนะจ๊ะ เพราะเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์ผิวที่ถูกขัดออกไป แค่นี้เราก็จะมีผิวขาวกระจ่างใสมากกว่าเดิมแล้วนะ
- ครีมบำรุงผิว เมื่อเราทำความสะอาดผิวทุกครั้ง ก็ควรจะบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวที่คล้ำเสียให้ดีขึ้น โดยการทาครีมให้เหมาะกับผิวแต่ละประเภทนะจ๊ะ อย่างเช่น ผิวแห้ง ก็ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ให้มากหน่อย เป็นต้น ที่สำคัญ อย่างลืมตามด้วยครีมกันแดดนะจ๊ะ วิธีนี้จะช่วยบำรุงและป้องกันผิวขาวๆของเราแล้ว ยังจะช่วยให้ผิวเราชุ่มชื้นอีกด้วยค่ะ
ผิวขาวกระจ่างใส มีได้กันทุกคน เพียงแค่ต้องรู้จักทานอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลทำความสะอาด บำรุง และปกป้องผิวขาวๆของเราอย่างถูกวิธีนะคะ
Tips:
- หลังจากทำความสะอาดผิวทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิวและตามด้วยครีมกันแดดนะจ๊ะ ถึงแม้เราจะไม่ได้ออกแดด แต่ผิวก็คล้ำได้ เพราะแสงจากหลอดไฟหรือแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวขาวของเราเกิดการคล้ำเสียจ๊ะ
- การอยู่ในห้องแอร์นานๆจะทำให้ผิวของเราแห้ง ควรทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นนะ ผิวของเราจะได้เปล่งปลั่งสดใสตลอดเวลาจ๊ะ
- สำหรับสาวๆที่อยากเพิ่มความกระจ่างใสด้วยระยะเวลาที่รวดเร็ว อาจจะต้องเสริมเติมแต่งสักเล็กน้อยนะจ๊ะ ด้วยการใช้ผงชิมเมอร์ เพื่อสร้างความเรืองรองกระจ่างใสให้ผิวได้
8 วิธีทำหน้าใส ได้อย่างใจคิด
September 29, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส

เคล็ดลับหน้าใส
เคล็ดลับหน้าใส ใครๆก็ต้องการทรายกันทั้งนั้น จริงมั้ยคะ? วันนี้โบว์มี 8 เคล็ดลับวิธีทำหน้าใสได้อย่างใจคิดมาฝากกันค่ะ
ข้อแรกนะคะ ถ้าเป็นคนที่ชอบแต่งหน้า เราก็ควรที่จะรู้จักวิธีเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าของเราอย่างถูกวิธี เพื่อผิวหน้าของเราจะได้สะอาด หน้าใสไร้สิวนะจ๊ะ
2. ล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี เพื่อผิวสวยหน้าใส โดยเลือกสบู่ล้างหน้าให้เหมาะกับผิวของตนเองนะคะ อย่างเช่น ถ้าเป็นคนผิวมัน ก็ควรเลือกใช้สบู่แบบออยล์คอนโทรล เป็นต้นค่ะ และไม่ควรหน้าล้างเกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้นได้นะคะ
3. ก่อนล้างหน้าควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน หลังจากนั้นใช้สบู่ล้างหน้าและล้างฟองออกด้วยน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนค่ะ ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูเบาๆและใช้สำลีชุบโทนเนอร์เช็ดหน้าอีกครั้งค่ะ เพื่อกระชับรูขุมขน
4. หลังจากล้างหน้าทุกครั้ง ควรทาครีมบำรุงผิว เพื่อทดแทนความชุ่มชื่นที่เสียไปจากการล้างหน้า เพื่อป้องกันริ้วรอยและรอยหมองคล้ำต่างๆก่อนวัยอันควรจ๊ะ
5. หาเวลาว่าง พอกหน้าและขัดหน้าสัปดาห์ละ1ครั้งนะค่ะ เพื่อเป็นการทำความสะอาดผิวหน้าที่ลึกซึ้งมากกว่าการล้างหน้าตามปกติ บำรุงผิวไปในตัว และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ เพื่อผิวพรรณที่สวย หน้าใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีคะ
6. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าและดื่มน้ำสะอาด ให้มากๆค่ะ อย่างเช่น ผักสดและผลไม้สดค่ะ ดีต่อผิวของเรานะจ๊ะ
7. ออกกำลังเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟินเพื่อช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และหน้าใสมีเลือดฝาดค่ะ
8. ยิ้มร่าเริงแจ่มใส ทำใจให้สดชื่น เพราะจิตใจมีผลควบคู่ไปกับร่างกาย ผิวพรรณและสุขภาพที่ดีนะคะ
Tips:
- สำหรับคนผิวมัน ถ้ารู้สึกว่าหน้ามันระหว่างวัน ควรใช้กระดาษซับมันแทนการล้างหน้าบ่อยๆนะคะ เพื่อลดการผลิตน้ำมันออกมาเพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของหน้ามันและสิวคะ
- หน้าใสได้ โดยการงดอาหารจำพวกของมันๆจ๊ะ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
- งดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่นะจ๊ะ เพราะจะทำให้ผิวพรรณและหน้าใสๆของเรานั้นขาดความสดใส และเกิดริ้วรอยหมองคล้ำค่ะ
- อย่านอนดึก และพักผ่อนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ เพื่อผิวสวยหน้าใส
ถ้าปฏิบัติตาม 8 เคล็ดลับหน้าใสได้แล้ว อย่าลืมยิ้มมากๆด้วยนะคะ เพราะรอยยิ้มทำให้เรามีเสน่ห์ ถ้าสาวๆหรือหนุ่มๆยิ้มวันละนิด ก็จะทำให้หน้าใสๆของเราชวนมองมากขึ้นจ๊ะ
ผิวสวยด้วยน้ำ
September 29, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ

ผิวสวยด้วยน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถขาดได้ ในชีวิตประจำวันของคนเรา โดยปกติเราจะดื่มน้ำก็ต่อเมื่อคอแห้ง หรือดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหารเพื่อดับกระหายเท่านั้น ซึ่งนั่นอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ถ้าเราลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำกันใหม่ เราก็สามารถผิวสวย สุขภาพดีได้แบบไม่ต้องลงทุนเหมือนกันนะจ๊ะ ด้วย 6 เคล็ดลับผิวสวยด้วยน้ำคะ
1. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำ ดื่มน้ำแร่ธรรมชาติให้ได้วันละ2ลิตร ติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำบริสุทธิ์ในปริมาณที่เพียงพอ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสม ช่วยย่อยและดูดซึมอาหาร และ ขับของเสียไปตามกระแสเลือด
2. วางน้ำดื่มไว้ข้างเตียงก่อนเข้านอน เมื่อตื่นมากลางดึก ถ้าร่างกายได้น้ำดื่มสักแก้วจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย และสามารถนอนหลับต่อได้อย่างง่ายดายคะ
3. พกน้ำดื่มติดตัวไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ระหว่างการเดินทาง หรือที่บ้าน เป็นต้น เพราะการดื่มน้ำให้ติดเป็นนิสัย จะทำให้สุขภาพดีนะจ๊ะ
4. ดื่มน้ำจากขวดให้ได้บ่อยที่สุด เพราะดื่มง่าย พกพาสะดวก และเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำได้มากขึ้นด้วย
5. ดื่มน้ำให้สม่ำเสมอเมื่อเล่นกีฬา โดยดื่มน้ำทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกายในปริมาณที่มากพอ เพื่อชดเชยการเสียเหงื่อของร่างกาย
6. ไอเดทด้วยน้ำ ดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนและหลังรับประทานอาหารกลางวัน จะช่วยลดอาการหิวควบคุมปริมาณการทานอาหาร และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูงประเภทอื่นคะ
การดื่มน้ำให้ถูกวิธีก็เป็นอีกหนึ่งที่สามารถช่วยทำให้ผิวของเราดูเปล่งปลั่งสดใส และมีสุขภาพดีนะจ๊ะ
การเลือกแต่งตัวให้ดูผิวขาว
September 28, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
คนทุกเพศทุกวัย ใครๆก็อยากที่จะมีผิวขาวกันเนอะ เพราะผิวขาวน่ะจะใส่อะไรก็สวย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า โอ๊ย!…สารพัด แต่คนผิวเข้มหรือผิวคล้ำก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไปนะจ๊ะ โบว์ มีวิธีในการแต่งตัวให้ดูดีได้ไม่แพ้คนผิวขาวแน่นอนจ๊ะ
เริ่มด้วยสีสันของเสื้อผ้ากันดีกว่า สำหรับคนผิวขาวจะเลือกแต่งสีสันสดใสยังไงก็ได้ ในขณะที่คนผิวคล้ำต้องเลือกสีสันที่ไม่ตัดกันจนเกินไป เพียงแค่ปรับเอาสีสันมาใส่กะสีพื้นๆเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เสื้อสีนู๊ดๆ กับ กระโปรงสีดำมีโบว์เล็กๆน่ารักหรือกางเกงยืนฟอก(ที่สีซีดๆน่ะจ๊ะ)ก็น่ารักไปอีกแบบเหมือนกัน และที่สำคัญยังดูโดดเด่นและดูดีได้อีกด้วยนะ
การจะแต่งตัวให้ดูดีนั้นต้องมาควบคู่กับความมั่นใจนะจ๊ะ แต่ละคนไม่ว่าจะผิวขาวหรือผิวคล้ำก็มีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกัน เราจึงควรที่จะดึงจุดเด่นของตัวเองออกมานะคะ อย่างเช่น ผิวคล้ำแต่ขาสวย ก็อาจจะเลือกใส่กระโปรงสั้นหรือกางเกงขาสั้นก็ดูสวยมั่นใจและโฉบเฉี่ยว หรือถ้าผิวคล้ำเรียบเนียนก็ลองใส่เสื้อเปิดไหล่ดูสิ ดูดีไปอีกแบบคะ
มาดูเครื่องประดับกันบ้างดีกว่าคะ เครื่องประดับเป็นสิ่งที่ช่วยให้การแต่งตัวให้ดูมีลูกเล่นมากขึ้น และยังช่วยขับผิวอีกด้วยนะ เช่น สร้อยไข่มุก เสื้อผ้าที่ใส่ก็ควรเป็นแบบเปิดหน่อยค่ะ เช่น เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว เกาะอก เป็นต้นค่ะ เพราะไม่เหมาะกับเสื้อผ้าหนักๆ สวมทับหลายๆตัวอย่าง เสื้อเชิ้ตใส่สูททับ
แค่นี้เราก็ดูดีได้ในสไตล์ของตัวเองแล้วนะค่ะ เพียงแค่เรารู้จักจับนู่นแต่งนี่ให้เข้ากับบุคลิก ดึงจุดเด่น ลบจุดด้อย ก็สวยไม่แพ้ใครแล้วคะ
Tips:
- สำหรับคนผิวคล้ำ ควรใส่เสื้อผ้าโทนสีเบจ จะช่วยขับผิวให้ดูสว่าง ขาวขึ้นนะจ๊ะ
- ความมั่นใจ ก็ทำให้เราดูดีได้เหมือนกันนะ
การดูแลผิว
September 28, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ

ผิวพรรณจะสวย สดใส ดูมีสุขภาพดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหารการกิน การดูแลตัวเอง การทำความสะอาดผิว เป็นต้น แต่ถ้าสุขภาพกาย และสุขภาพจิตไม่ดีก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราเกิดการหมองคล้ำ และไม่สดใสเท่าที่ควรได้คะ
เรามารู้จักคำว่า “ผิวสวย” กันก่อนดีกว่านะจ๊ะ ผิวสวยก็คือ ผิวสะอาด สดใส ดูมีชีวิตชีวา ซึ่งมาจากการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีนั่นเอง ถ้าเราทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วของผิวออกไปและยังรักษาความชุ่มชื้นภายใต้ผิวหนังไม่ให้มากเกินไปหรือน้อยเกินไปอีกด้วยคะ
ใครที่อยากมีผิวสวย และอยากดูแลผิวอย่างถูกวิธี โบว์มี 7 วิธีดูแลผิวดีดีที่ใครๆก็สามารถทำได้มาแนะนำกันค่ะ
- ควรรับประทานวิตามินซีเป็นประจำนะจ๊ะ(ผักสด, ผลไม้สด) เพราะจะช่วยให้ผิวผุดผาดและสุขภาพดีขึ้น ช่วยให้หายเหนื่อยล้าเมื่อเลิกงาน
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ
- รับประทานอาหารที่มีคุณค่า และงดทานขนมหวานนะจ๊ะ
- ออกกำลังกายบ้าง เพื่อให้เกิดความสดชื่น และคิดถึงเรื่องที่ดีๆ
- อย่าอาบแดดจัดๆ แม้แสงแดดจะมีประโยชน์คือ ช่วยกระตุ้นบำรุงผิวตามธรรมชาติ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โลหิตหมุนเวียนสะดวก จิตใจร่างเริง และทำให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น แต่ถ้ารับแสงแดดมากเกินไปก็จะทำให้ผิวดูแก่เร็ว และแห้งค่ะ
- ไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าแรงๆด้วยผ้าหยาบๆ ล้างหน้าบ่อยๆเมื่ออยู่ในห้องแอร์หรือห้องร้อนจัด เพราะเป็นการทำลายชั้นบนของผิว ซึ่งเป็นปัญหาของริ้วรอย ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก
- นอนหลับให้เพียงพอ จะทำให้หน้าของเราดูสดสวยผ่องใส ไร้รอยหมองคล้ำ ริ้วรอยต่างๆและถุงใต้ตานะจ๊ะ
แค่นี้ ผิวของเราก็จะสวย สดใส ผุดผ่อง มีสุขภาพดีแล้วค่ะ
Tips:
- สำหรับคนที่มีผิวแห้งมากๆนะคะ ควรใช้สบุ่ที่ช่วยทำความสะอาดมากกว่าชนิดที่เกิดฟอง เพื่อรักษาปริมาณน้ำมันในผิวไม่ให้สูญเสียไป
-ส่วนคนที่ผิวมัน ก็ควรทำความสะอาดใบหน้าและลำคอบ่อยๆค่ะ และล้างหน้าให้สะอาดเพื่อไม่ให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปและนานเกินไปคะ
รู้หรือไม่? ว่าการอาบน้ำก็ทำให้ผิวสวยได้
September 26, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
วันนี้ โบว์ มีเคล็ดลับดีๆในการอาบน้ำมาแนะนำกันค่ะ
ถ้าพูดถึงการอาบน้ำ หลายๆคนจะเข้าใจว่าการอาบน้ำอุ่นนั้นดีต่อสุขภาพเพราะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี แต่ความจริงแล้ว การอาบน้ำอุ่นทำให้ผิวแห้งและยังทำให้เลือดหมุนเวียนช้าอีกด้วย เราจีงควรหันมาอาบน้ำเย็นกันดีกว่าเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แถมยังช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ดูมีเลือดฝาดเปล่งปลั่งอีกด้วยนะจ๊ะ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ หาผ้าขนหนูที่มี่ความหนานุ่มมาเช็ดตัวด้วยความแรงที่มากกว่าเดิมเล็กน้อย หลักจากนั้นใช้มือลูบผิวกายให้ทั่วเพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวและช่วยลดรอยด่างดำ
การดูแลตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ หันมาสนใจดูแลตัวเองกันซักนิดเพื่อผิวพรรณที่สดใสและเกลี้ยงเกลากันดีกว่านะจ๊ะ
6 เทคนิคการดูแลผิวหน้าด้วยผลไม้
September 24, 2009 โดย Rainbow
บทความในหมวดหมู่ : เคล็ดลับหน้าใส
ทุกวันนี้ผิวโดนทำร้ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด หรือมลภาวะต่างๆ ถึงเวลา Back to the nature เพิ่มเติมความสดใสคืนสู่ผิวกันแล้วนะจ๊ะ สำหรับหนุ่มสาวที่อยากหน้าใสสวยเด้ง ฟังทางนี้ โบว์ มี 6 สูตรมาร์คหน้าง่ายๆ ที่จะทำให้หน้าขาวใส มาฝากกันโดยใช้ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบหลัก
1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม: น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น
2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล
ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
- สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย
3. สูตรกระชับรูขุมขน
ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว
วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
- สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)
ส่วนผสม: โยเกิร์ต ½ ถ้วย
น้ำมันดอกทานตะวัน
มะนาวสด1½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด
- สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย
5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย
ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
- สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง
6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น
- เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม
Tips:
- ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
- ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง
- ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
- เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ
การดูแลผิวพรรณด้วยสมุนไพร
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
ความสวยความงาม นับเป็นเรื่องที่มนุษย์เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้คน หรือเรียกว่าเป็นจิตวิทยาของโลกเลยทีเดียว การได้เห็นของสวยๆ งามๆ ย่อมทำให้จิตใจชุ่มชื่น แต่อย่างไรก็ตาม การดูแลร่างกายให้มีสุขภาพสมบูรณ์ด้วยทางอาหารที่ครบถ้วน ก็จะทำให้ผิวพรรณสดใสงดงามได้
แต่ในปัจจุบันนี้สังคมได้พัฒนาไปมากด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ได้มีการสกัดสารสำคัญจากธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นบำรุงผิวพรรณ หรือเครื่องประทินความงามอื่นๆ มาวางตลาดให้เลือก แต่ย่อมมีราคาแพง จึงเป็นผลให้คนที่ยึดติดกับเรื่องความสวยความงามต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นอันมาก
สถาบันการแพทย์แผนไทย เล็งเห็นความต้องการของประชาชน จึงพยายามค้นหาทางเลือกให้สำหรับคนรักสวยรักงาม แต่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายก็อาจเลือกใช้สารจากธรรมชาติในการดูแลความงามด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปซื้อหาให้มากด้วยราคา
ฉะนั้นในฉบับนี้ สถาบันการแพทย์แผนไทย จึงคัดเลือกสมุนไพรที่มีผลต่อความงามของผิวพรรณ พร้อมวิธีใช้มาเสนอ อาทิ ว่านหางจระเข้ ซึ่งมีจารึกไว้ว่า แม้แต่พระนางคลีโอพัตราก็ยังใช้ว่านหางจระเข้ ในการบำรุงผิวพรรณ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความรู้สมัยใหม่ในการผลิตผลิตภัณฑ์เสริมความงามนั้นก็ได้นำความรู้ดั้งเดิมมาประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาไทย หรือภูมิปัญญาพื้นบ้านต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีส่วนเป็นอย่างมากในการพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
สมุนไพรบำรุงผิวหน้าและผิวกาย
1. ว่านหางจระเข้ (Aloe indica Royle) คุณค่าของว่านหางจระเข้มีมากมาย นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้บำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ด้วย ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีแชมพูสระผม และเครื่องสำอางค์หลายอย่างที่ใช้ว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ และกำลังเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เนื่องจากว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติ สามารถช่วยให้กระบวนการเมตะโบลิซึมทำงานได้เป็นปกติ ลดการติดเชื้อ สลายพิษของเชื้อโรค กระตุ้นการเกิดใหม่ของเนื้อเยื่อส่วนที่ชำรุด ฉะนั้นว่านหางจระเข้จึงถูกนำมาใช้เพื่อบำรุงผิวพรรณ ผู้ที่ใช้ว่านหางจระเข้บำรุงผิวพรรณอยู่เป็นประจำ จะรู้สึกได้ชัดว่าว่านหางจระเข้มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง สดชื่น มีน้ำมีนวล และยังสามารถขจัดสิวและลบรอยจุดด่างดำได้ด้วย
การใช้ว่านหางจระเข้เพื่อบำรุงผิว โดยปอกเปลือกออกใช้แต่เมือกวุ้นสีขาวใสที่อยู่ภายใน ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพ้ ก่อนใช้ควรตรวจสอบว่าตนเองจะเกิดอาการแพ้หรือไม่ โดยใช้น้ำที่ได้จากวุ้นสีขาวของว่านหางจระเข้ทาตรงบริเวณโคนหูแล้วทิ้งไว้สักครู่ ถ้าเกิดการระคายเคืองเป็นผื่นแดงแสดงว่าแพ้ ไม่เหมาะที่จะใช้กับผิวหน้าอีกต่อไป ถ้าไม่มีอาการแพ้ก็สามารถใช้ได้ตลอด แต่บางคนก็จะเห็นผลได้เหมือนกัน เมื่อใช้ว่านหางจระเข้ทาบริเวณหัวสิว จะทำให้หัวสิวแห้งเร็ว
นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ยังสามารถลดความแห้งกร้านและลดความมันของผิวหน้าได้ โดยคนที่มีผิวที่มันก็จะช่วยให้ลดความมัน คนที่มีผิวหน้าแห้งก็ยังรักษาความชุ่มชื่นของผิวไว้ได้
2. งา (Sesamum indicum Linn., S. orientle,L) เป็นพืชล้มลุกให้เมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดงามีทั้งสีดำและสีขาว ในเมล็ดงามีน้ำมันอยู่ประมาณ 45-54 % น้ำมันงามีกลิ่นหอมน่ารับประทาน วิธีใช้โดยการนำเอาเมล็ดงาสด มาบีบน้ำมันงาออกโดยไม่ผ่านความร้อน ใช้ทาผิวหนังเพื่อบำรุงผิวพรรณให้ผุดผ่อง ช่วยประทินผิวให้นุ่มนวลไม่หยาบกร้าน
3. แตงกวา (Cucumis sativas Linn.) จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกว่ายังมีเอนไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอนไซม์ชนิดนี้จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่มเกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสดผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาดแทนน้ำแตงกวา ปัจจุบันมีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว แตงกวาเป็นสมุนไพรที่หาง่ายมีประโยชน์ราคาถูก ใช้ติดต่อกันเป็นประจำจะทำให้สวยสดชื่นมีน้ำมีนวล
4. มะเขือเทศ (Lycopersicon esculentum Mill.) ในมะเขือเทศจะมีสาร Curotenoid และมีวิตามินหลายชนิด น้ำจากผลมะเขือเทศสุกจะมีสาร 1icopersioin ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียได้ และน้ำมะเขือเทศสด นำมาพอกหน้าจะรักษาสิวสมานผิวหน้าให้เต่งตึง หรืออาจจะฝานบางๆ แปะลงบนผิวหน้าก็ได้
5. ขมิ้นชัน (Curcuma Longa Linn.) ในขมิ้นจะมีสาร Curcumin และมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีกลิ่นเฉพาะ ขมิ้นมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด ใช้ทาผิวที่มีผดผื่นคัน ผงขมิ้นใช้ทาตัวเพื่อให้มีสีเหลืองทองใช้บำรุงผิว และช่วยฆ่าเชื้อ ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย
6. น้ำผึ้ง (Apis dorsata) ได้จากผึ้ง ในน้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคส, ฟรุกโตส, ขี้ผึ้ง, อัลบูมินอยด์, ละอองเกสรดอกไม้, และฮอร์โมนเอสโตรเจนจำนวนเล็กน้อย น้ำผึ้งใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง ใช้พอกหน้าทำให้ผิวหน้าชุ่มชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว น้ำผึ้งเป็นเครื่องสำอางจากธรรมชาติที่ให้ประโยชน์สูงและหาง่าย นอกจากนี้ยังใช้น้ำผึ้งบำรุงผม ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะช่วยบำรุงหนังศรีษะ และกระตุ้นการงอกของเส้นผม
7. มะขามเปียก (Tamarindus indica Linn) มะขามเปียกมีประวัติการใช้มายาวนาน ช่วยชำระสิ่งสกปรกจากผิวหนัง เพราะฤทธิ์ที่เป็นกรดอ่อนๆ ในมะขามจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนังได้ดี ปัจจุบันได้มีหญิงไทยจำนวนมาก ใช้มะขามเปียกผสมน้ำอุ่นและนมสดผสมให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก ฝ่ามือ ที่มีรอยกร้านดำ และบริเวณรักแร้ ขาหนีบ เพื่อให้ผิวหนังที่เป็นรอยดำจางลง ทำให้ผิวขาวนุ่มนวลขึ้น และนมสดจะช่วยบำรุงผิวให้นุ่มได้
จากที่กล่าวมาแล้ว เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีการใช้สืบต่อกันมาเป็นเวลานาน และได้ถูกลืมไปชั่วระยะหนึ่ง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และค่านิยมของคนไทยต่อค่านิยมด้านวัตถุ ทำให้คนรุ่นใหม่สนใจสินค้าจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันเป็นที่สังเกตว่าคนต่างประเทศสนใจภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม ซึ่งจะเห็นบ่อยว่ามีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามที่มีส่วนผสมของสมุนไพร
การที่เราหันไปใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ใช้สะดวกราคามักจะสูง แต่ถ้าเรานำเอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในบ้านเรามาใช้เอง ได้สารสำคัญที่สดใหม่ ราคาถูก ไม่มีสารเคมีเจือปน อะไรที่เราหาได้ง่าย และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราปลูกใช้ได้เราจะทำให้เราพึ่งตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่เช่นปัจจุบัน
ที่มา : สถาบันการแพทย์แผนไทย
เคล็ด(ไม่)ลับ การดูแลผิวพรรณ
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
การจะดูแลผิวพรรณให้ได้ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลนั้น ก่อนอื่นคุณสาวๆ ควรรู้จักที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองเสียก่อน โดยผิวของคนเรานั้นก็แบ่งออกเป็นผิวแห้ง, ผิวมัน ผิวผสม และผิวธรรมดา อีกทั้งผิวในแต่ละแบบดังที่กล่าวมาก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้
ผิวแห้ง
ผิวแห้งนั้นมีสาเหตุมาจากผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ อีกทั้งผิวยังไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับผิวมัน ผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่ละเอียด แต่ผิวแห้งกร้าน และอาจรุนแรงถึงขั้นลอกเป็นขุย ผิวจะให้สัมผัสที่ไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร แถมเกิดริ้วรอยได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ผิวก็จะมีแนวโน้มแห้งมากขึ้น เพราะต่อมไขมันทำงานช้าลง ดังนั้นการดูแลผิว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ให้กับผิวและป้องกัน ริ้วรอย อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ อาทิ น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง หรือเชียร์บัตเตอร์ เป็นต้น
ผิวผสม
เป็นผิวที่มีทั้ง ผิวแห้ง และ ผิวมัน ผิวค่อนข้างมันใน บริเวณ T-Zone หน้าผาก จมูก คาง ต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่น ทำให้มีปัญหาเรื่องสิวได้ ส่วนผิวบริเวณแก้มทั้งสองข้าง มีลักษณะ ผิวธรรมดา หรือ ผิวแห้ง การดูแลผิวจึงควรเลือก ผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยปรับสมดุล ของผิวทั้งสองบริเวณให้ใกล้เคียงกัน
ผิวธรรมดา
เป็นผิวที่ดีที่สุด ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่อง ผิวแห้ง เกินไปหรือมันเกินไป ปัญหาเรื่อง ริ้วรอย หรือ สิว จึงพบได้น้อย นอกจากการทำความสะอาด ปรับสภาพผิว และเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวแล้ว ก็ควรดูแลผิว เพิ่มเติมเมื่อต้องไปเผชิญ กับภาวะอากาศที่ร้อนจัด หรือ หนาวจัด เพื่อคงสุขภาพผิวที่ดีไว้ โดยคุณสามารถดูแลผิวธรรมดาของคุณให้สวยได้ง่ายๆ เพียบงแค่ใช้โลชั่นน้ำนม ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ ว่านหางจระเข้, ดอกคาโมมาย, เชียร์บัตเตอร์ และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโปรตีนสกัดจากน้ำนม และถั่วเหลือง เป็นต้น เพราะนอกจากส่วนผสมดังกล่าวจะช่วยทนุถนอมผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้นแล้ว ก็ยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ช่วยปกป้องผิวจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงอีกด้วย
ผิวมัน
เกิดจากการที่ ต่อมไขมัน ทำงานมากเกินปกติและ รูขุมขน ที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ จึงปรากฏความมัน ของผิวโดยเฉพาะ บริเวณ T-Zone ปัญหาที่ตามมา คือ สิว เพราะเกิดการ อุดตัน ของน้ำมันตามรูขุมขน แต่คนผิวมันจะไม่เกิด ปัญหาริ้วรอย ได้ง่ายเหมือนผิวประเภทอื่น การดูแลผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุม ความมัน และป้องกันสิว ทางที่ดีใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่มีส่วนผสม หรือสารสกัดจากธรรมชาติจะดีที่สุดค่ะ
นอกจากสภาพผิวที่ได้แจกแจงไปแล้ว คุณสาวๆ บางคนก็ประสบปัญหาแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้เป็นผื่น คัน บ้างก็รุนแรงถึงขั้นเป็นรอยไหม้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีผิวแพ้ง่ายล่ะก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดสูตรอ่อนโยนทั้งหลาย ใครที่ใช้แต่สบู่ก้อนอาบน้ำมาโดยตลอด และประสบกับปัญหาผิวแห้งตึง แตก คัน ก็ลองเปลี่ยนมาใช้เจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีส่วนผสมของสารชำระล้างที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เพราะเจลอาบน้ำส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งผิวที่แห้งตึงเอาไว้ให้เราหลังอาบน้ำ
ถ้าอยากขัดผิวบ้างเป็นครั้งคราวก็ต้องเลือก ดูส่วนผสมของครีมขัดเป็นสำคัญ เพราะครีมขัดโดยทั่วไปมักทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วยิ่งแห้งไปกันใหญ่ ดังนั้น ครีมขัดที่เหมาะกับคนทุกสภาพผิวก็ควรมีส่วนผสมของสิ่งที่จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ มะละกอ, กากกาแฟ หรือเกลือทะเล เป็นต้น ทั้งนี้ยังต้องมีสิ่งที่จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นหลังการขัดเป็นต้นว่าน้ำมันมะพร้าว เชียร์บัตเตอร์ หรือน้ำผึ้ง
เรื่องของกลิ่นก็สำคัญ เพราะช่วงเวลาที่เราอาบน้ำ หรือขัดผิวก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ผ่อนคลายทั้งหายและใจ ดังนั้น การเลือกกลิ่นก็สำคัญ อย่างกลิ่นของกาแฟ และอบเชยก็จะช่วยให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และกลิ่นของกานพลู โรสแมรี่ และตะไคร้ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น และผ่อนคลายได้ไม่แพ้กันค่ะ
ที่มา : http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=35&post_id=27433
การดูแลสุขภาพด้วย “โยคะ”
September 23, 2009 โดย สายลม
บทความในหมวดหมู่ : วิธีดูแลผิวพรรณ
ปรัชญาโยคะ ท่านศิวานันทะได้สรุปไว้ว่า ทุกสิ่งจะมีคุณลักษณะ (Guna) 3 ประการ ได้แก่
หลักการของโยคะ มี 5 ประการ คือ
อัษฎางค์โยคะ หรือ ราชาโยคะ
ยม, นิยม, อาสนะ จัดเป็น โยคะภายนอก
ปรัตยาหาร, ธารณา, ธยาน, สมาธิ จัดเป็น โยคะภายใน
ปราณายาม คือ ลมหายใจ จะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างโยคะภายนอกกับภายใน
เมื่อพิจารณาทั้ง 8 ขั้นตอนแล้ว จึงถือได้ว่าโยคะเป็นองค์รวม กล่าวคือ เป็นหลักการในการดำเนินชีวิตทำให้ชีวิตเข้าสู่ความสมบูรณ์ แต่ในแง่การบริหารทั่วๆ ไปของโยคะเหมาะกับทุกวัยไม่ว่าเด็กหรือคนชรา ซึ่งการฝึกโยคะจะต้องเริ่มจากท่าพื้นฐานก่อนโดยมีภาพประกอบ แนวคิดโยคะให้ผลดีกับร่างกาย คือ พลังงานในจักรวาลเป็นปราณใหญ่ เข้ามาสู่ในร่างกายเป็นลมปราณ ผ่านทางท่อที่มีอยู่ที่ไม่ใช่กายเนื้อ กล่าวคือ พลังงานไหลเวียนผ่านท่อได้สะดวก ซึ่งสิ่งที่จะต้องฝึก คือ อาสนะ จะทำให้ท่อต่างๆอยู่ในสภาพดี และ ปราณายาม คือ การขับพลังเหล่านี้ให้มันเคลื่อนที่ได้
ท่าบริหารร่างกายแบบโยคะ แบ่งเป็น 7 กลุ่ม คือ
ที่มา : http://www.dtam.moph.go.th/alternative/viewstory.php?id=38




